เรื่องย่อไอ้งาดำ

รพินทร์ตื่นมาเวลา06.07 น.พร้อมกับรับทราบเรื่องร้ายเมื่อคืน เช้าวานนี้ขุดหลุมฝังเจ้าทะเย เช้านี้ก็ขุดหลุมฝังลูกหาบตัวเอง รพินทร์รับทราบว่าเชิดวุธแขวนหลวงพ่อทวด วัดช้างไห้ รับจากมืออาจารย์ทิมเอง และรพินทร์ก็บอกว่า เคยบวชเรียนที่วัดช้างไห้ ออกเดินทางต่อ คาดว่าจะถึงตะเคียนทองราว บ่าว 2 โมง พ้นป่าไผ่ ผ่านทุ่งหญ้าเจอแรดสองนอสองตัว สุดท้ายก็ต้องฆ่าหมด
รับทราบจากเบื้องบนว่าขณะนี้ออกนอกประเทศไทย เข้าสู่สหภาพพม่า มุ่งไปทางต้นน้ำสาละวิน
ระหว่างที่เบลพยายามกวดตามรพินทร์นั้น ไอ้หลามลายเหลืองสลับดำเจ้าชู้ตัวหนึ่งก็รัดเบลเข้าให้ (ทำไมงูใหญ่ถึงต้องรัดสาวให้พระเอกช่วยอยู่เรื่อยก็หม่ายรุ..ทั้งดาริน คริส เบล รวมทั้งมาเรียด้วย)
แล้วก็ถึงป่าหิน อันเป็นจุดเกิดเหตุช้างงาดำงัดหินใส่ขบวนนายจ้างและปรากฏตัวให้เห็นชัดๆเป็นครั้งแรก แล้วก็พบแอ่งน้ำที่ถูกวางยา ผ่านต่อหลุม รังตังช้าง เจอมอนสเตอร์อีก 2 ตัว ตัวนึงโดนรพินทร์ยิงขาพับ อีกตัวนั่งพักเฉย หลังผ่านป่าหินเข้าเขตตะเคียนทอง คริสก็โดนผึ้งต่อย เดือดร้อนรพินทร์ต้องบ่งออกอีก (อีกแล้วววว.... คราวก่อนนางเอกเป็นดาริน) ที่ไหนก็ไม่ต่อย ดันไปต่อยเอาตรงห่างหัวนมนิ้วเดียว !!

ย้อนเหตุการณ์ขณะนี้เวลา 16.30 น.ที่กรุงเทพ ดารินรอโทรศัพท์จากคุณอำพลตั้งแต่ 9 โมงเช้าอย่างกระสับกระส่าย หลังจากนั้นไม่นานคุณอำพลก็โทรมา รับปากว่าจะมาทันทีที่วางสาย คาดว่ามาถึงไม่เกินเที่ยงคืน วางสายสักครู่ไชยยันต์ก็โทรมาบอกว่าเมียปวดท้องคลอด ดารินทำคลอดได้ลูกชาย หนัก 4,000กรัม วันนี้คือวันที่ 13 กรกฏาคม ไชยยันต์รับทราบเรื่องรพินทร์หายไปในป่า และรับปากจะมาหา 3 ราชนุกูลที่บ้านตอน 3 ทุ่ม

ฝ่ายพวกรพินทร์ พักรอลูกหาบและรับประทานอาหารเที่ยงตอนบ่าย 3 ขณะนั้นอยู่ห่างจากตะเคียนทองราว 7 - 8 ไมล์ เชิดวุธพูดเปิดใจกับพวกฝรั่งเกี่ยวกับการหักหลังเมื่องานเสร็จ
ถึงหมู่บ้านตะเคียนทองที่ร้างตอนเย็นมากแล้ว ผ่านเลยไปพักที่ผาถ้ำ ตอนอาบน้ำ ลิงจันแอบขโมยกางเกงในคริสกับเบล(สีชมพูกับสีดำ)มาให้ลิงบุญคำ ระหว่างอาบน้ำ เกิดกับเส่ยถูกผีสิงตอนไปขุดมันเสือ
ค่ำนี้ที่ตะเคียนทองวิทยุไม่สามารถติดต่อด้วยเสียงพูดได้ จนรพินทร์อาสาใช้สัญญาณมอร์สติดต่อให้ ค่ำนี้รพินทร์เล่าเรื่องเหล็กไหลให้เชิดวุธฟัง
ช่วงค่ำหมอเบลชวนเป็นเพื่อนไปเยี่ยมเจ้าสะเอิงที่หน้าผา และแล้วรพินทร์ก็โดนเบลเขมือบตรงหน้าผานั่นเอง (คราวนี้ละลายในปากไม่ละลายในมือ.....(ฮา))
เวลา 20.40 น รพินทร์นอนขวางทางนอกเขตกองไฟ ปักมีดลงอาคม พวกมอนสเตอร์อาละวาด เจ้ากรรม....นาฬิกาก็ไม่เดิน ปืนก็ยิงไม่ออก รพินทร์กำลังจะเสียท่า

ย้อนมาที่กรุงเทพ เวลา 23.00 น. นายอำพลมาถึง หลังจากอ่านจดหมาย ดารินร้องเสียงดังว่า รพินทร์ !...แล้วก็ช็อคหมดสติไป เสียงร้องของดาริน ได้ยินมาถึงรพินทร์

แล้วรพินทร์ก็รู้สึกตัวอีกครั้ง กำหราบพวกมอนสเตอร์ได้ รพินทร์เรียก สิงขรเทวะนารี ชื่อวราดาชรี (ตอนอยู่หรรษา ชื่อ อรัญญานี)ออกมาถาม ก็รู้ว่าตัวการที่ทำให้ปืนไม่ลั่นคือพระราชเหล็กไหลที่ตัวเองนอนทับเส้นทาง และตัวการที่ทั้งหมดเกิดจากมันตรัย แล้วรพินทร์ก็ถูกล่อไปตกเหว

ฝ่ายกรุงเทพ ตกลงกันว่าจะออกตาม โดยวางแผนว่า วันที่ 14 ก.ค เป็นวันเตรียมของ วันที่ 15 ก.ค.ถึงสถานีกักสัตว์คุณอำพล โดยให้คุณอำพลกลับไปตอนนี้เลย แล้วไปเตรียมลูกหาบจากหนองน้ำแห้ง 10 คนพร้อมปืนลูกซองคนละกระบอก กระสุนกระบอกละ 50 นัด และปืน M74 พร้อมกระสุน 30 นัด

คืนนั้นที่แค้มป์ผาตะเคียนทอง ไม่มีรพินทร์อยู่ มอนสเตอร์พิการ3ตัวนั้นปีนหน้าผาขึ้นมาอาละวาด พร้อมเกิดสงครามกับช้างที่มาล้อม (จบเล่ม 2 ไอ้งาดำตรงนี้)

เวลา 03.45 น. คณะนายข้างถอยขึ้นหน้าผา และพบว่ารพินทร์หายไป พอ 5 นาฬิกา พวกช้างก็ถอยเข้าป่าไป จึงออกตามรพินทร์ 07.00 น. ก็พบรพินทร์ตกเหว ช่วยกันใส่แปลหามกลับมาที่พัก 09.10 น. รพินทร์รู้สึกตัวหลังจากได้ยาพื้นบ้าน (หนุมานประสานกายหรือสังกรณี) จากบุญคำและได้แคลเซี่ยมฉีดเข้าเส้นจากหมอเบล พร้อมกับรับทราบเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อคืน รพินทร์สั่งงานบุญคำ ให้เกณฑ์พวกตะเคียนทองไปเก็บข้าวของที่เหลือและเผาศพที่หมู่บ้านร้าง แล้วรพินทร์ก็หลับไปด้วยยาของเบลอีกครั้ง 16.25 น. รพินทร์รู้สึกตัวอีกครั้ง คราวนี้ลุกมาแสดงอภินิหาริย์ให้พวกฝรั่งดู โดยให้เจ้าคี๊ธเชือดแขนตนเองโชว์หนังเหนียวและแสดงกลยิงกระสุนไม่ลั่นให้นายจ้างฝรั่งตลึง

ค่ำเดียวกันนี้คณะเชษฐามาถึงหนองน้ำแห้ง ออกจากกรุงเทพตอนสายจัด ถึงสถานนีกักสัตว์ตอน 4 โมงเย็น แล้วกลางดึกนั่นเอง หนานอินก็ปากฏตัว อาวุธที่ผู้ชายฝ่ายเชษฐาใช้คือ .458 วินเชสเตอร์ แม็ก ทั้งสามกระบอก แล้วก็มี M16 พับฐานคอมมานโด 4 กระบอก เครื่องยิง 40 มม. M79 อีก 2 กระบอก วัตถุระเบิดและเชื้อประทุ ส่วนลูกหาบ 10 คน ใช้ลูกซอง 5 นัดทุกคน ดาริน .300 พร้อมกระสุน 5 กล่อง 100 นัด และวิทยุแบบมือถือขนาดกระทัดรัด 5 วัตต์ จำนวน 5 เครื่อง

( 4 ทุ่ม คี๊ธเบาตัวไปกับเบล และกลางดึก อีกรอบกับเชิดวุธ.....คืนนี้สองเรื่องควบ...........(ฮา))

คริสตื่น 06.10 น. เช้านี้ที่รพินทร์เล่าเรื่องนิทรานครให้ฝ่ายนายจ้างฟัง แล้วก็ออกเดินทางไปสู่ความตายอีกครั้งทางตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านภูเขาหลังเต่าก็เข้าเขตหุบหมาหอน ระหว่างเดินก็คุยกันไป ในชั่วโมงแรกเบลเปิดเผยอดีตของคริส ว่าคริสชื่อจริงว่า ไลล่า อามิเตจ เป็นอดีตฆาตรกรโรคจิตที่ชื่อคริสคริส เบลก็ถูกคริสตบจนลนลาน

ที่หนองน้ำแห้ง เช้านี้ก่อนออกเดินทาง คะหยิ่นก็มาสมทบจากการบอกของแงซาย ก่อนออกเดินทางดารินฝากรูปโป๊สการ์ดคู่ของตัวเองกับรพินทร์ประกบกัน ให้นายอำพลเก็บไว้ ถ้า 10 ปีไม่กลับมาก็ให้เอาไปฝัง ออกเดินทางมุ่งซับบอน พบที่พักกินอาหารเที่ยงของคณะรพินทร์ตอนเกือบบ่าย 2 โมง

13.30 น. คณะของรพินทร์ก็ถึงด้านใต้ของหุบหมาหอน ณ. ที่นี้ วิทยุเครื่องใหญ่ก็ใช้ได้อีกครั้ง ระหว่างพัก รพินทร์ก็ตบคริสจนเลือดกลบปาก รพินทร์ขอความเห็นนายจ้างว่าจะมุดถ้ำหรือจะอ้อมแต่ปลอดภัยกว่า นายจ้างเลือกทางอ้อม แล้วก็มาถึงผาผีร้อง ก็ต้องหยุดขบวนเพราะรพินทร์เหลือบไปเห็นมันตรัยแอบซุ่มอยู่ แบ่งพวกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายล่อกับฝ่ายชาร์ต ผาถล่มเวลา 18.20 น. สามทุ่มก็ถึงเนินสักดำ ตั้งแค้มป์พัก

ในเวลาที่ใกล้เคียงกัน ช่วงใกล้ค่ำก่อนถึงซับบอน คณะของเชษฐาถูกช้างงัดก้อนหินกลิ้งมาตามทางด่านที่ปีนขึ้นไป แล้วก็ได้พระเอกด้วนมาช่วยสกัดช้างเกเรโดยสู้ 2 ต่อ 1 จนเจ้าด้วนถูกงาแทงที่สีข้าง กลางดึก เจ้าด้วนพาดารินขี่คอไปยังที่พักแรกของรพินทร์ ซึ่งอยู่เหนือหมู่บ้านซับบอน


เส้นทาง :สารบัญเกี่ยวกับเพชรพระอุมาเรื่องย่อไอ้งาดำ