ช่วงที่4 ของปูมเดินทาง
(นับจากวันแรกที่เหยียบหัวถนนพระศิวะจนออกจากมรกตนคร)
วันที่ 1 (วันพุธ ที่ 4 พฤศจิกายน ขึ้น6 ค่ำ เดือน 12)
ตื่นเที่ยง (เวลาในมรกตนครช้ากว่าเวลาจริง 7 ชั่วโมง)
ไม่มีอาหารรองท้อง ต้องใช้อาหารแก้หิวของดาริน
3 ชั่วโมงเศษของการไต่เขา ก็พบพระศิวะแอดเวนิว
ทันทีที่เหยียบหัวถนน นาฬิกาของเชษฐาก็หยุดเดิน เวลา 15.35 น.กับ 22 วินาทีของวันที่ 4 พฤศจิกายน
นอกจากนาฬิกาหยุดเดิน เข็มทิศก็ชี้ผิดทิศด้วย แต่แก็ปกระสุนปืนยังทำงาน (.375 จากมือดาริน)
เดินตามถนนี่ลาดต่ำลงมาราว 4 ชั่วโมงเศษทุกคนก็เหนื่อยล้า เป็นมาเรียที่สังเกตเห็นเงาตะวันว่าเพิ่งเที่ยงหรือเลยเที่ยง
ทุกคนหยุดพักใต้ร่มต้นไม้ข้างลำธาร จับปลามาย่างกินแล้วทุกคนก็หลับเป็นตายจนเกือบรุ่งเข้า
วันที่ 2 (วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน ขึ้น7 ค่ำ เดือน 12)
ใกล้รุ่ง ทุกคนตื่นมาพร้อมกับการรับทราบว่า อาวุธปืนและยุทธปัจจัยหายไปพร้อมแงซาย
ฟ้าสางกองทัพของมรกตนครจับคนต่างถิ่นเป็นเชลย
รพินทร์สำแดงเดชด้วยปืนสั้นยิงม้าของรหัสยะตาย(ม้าสีดำนะครับ..จำไว้แม่นๆ) อำนาจต่อรองจึงเกิดขึ้น โดยไม่ต้องถูกพันธนาการ แต่ให้เดินรวมกลุ่มไปในแวดล้อมของทหาร
สองข้างทางเห็นพืชไร่ของมรกตนคร เช่นข้าวฟ่าง ข้างโพด ข้าวสาลี ไร่ฝ้าย ดงกล้วย
ระยะทางจากสามแยกไปเมืองมรกตใช้เวลาเดิน ครึ่งวัน แต่ไปปราสาทอุมาเทวีใช้เวลาเดินหนึ่งวัน (เชษฐาคาดระยะทาง 20 - 25 กิโลเมตร)
หลังพักเที่ยงออกเดินทางต่อ กุตะมะโดนธนูอาบยาพิษ ชาวต่างถิ่นจึงมีโอกาสรักษากุตะมะเพราะไม่มีหมอหลวงมาด้วย
รักษากุตะมะแล้ว ยังช่วยรักษานักโทษ 6 คน (หัวหน้าที่ถูกฆ่าชื่อวายุ คนที่ยังอยู่ชื่อสุกรี)และได้ข่าวเกี่ยวกับมรกตนครและข่าวคนหาย
กลางดึกเมยานีลูกสาวอรชุนตีปล้นค่ายชิงตัวนักโทษทั้ง6หนีไปได้ พร้อมกับมาดูตัวคณะเดินทางทั้ง 11 คน
วันที่ 3 (วันศุกร ที่ 6 พฤศจิกายน ขึ้น8 ค่ำ เดือน 12)
วันนี้กุตะมะเดินทางด้วยเกวียน และดารินได้เกวียนมาบรรทุกสัมภาระ
ระหว่างเดินทางก็ได้ตะล่อมถามกุตะมะถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น
ได้ทราบว่าวิษณุพรหมานารถตายด้วยธนูของของสิงหรา
แงซายส่งสัญญาณมอร์สจาก "ประตูปิศาจ" บอกว่าจะช่วย 2 คนหายก่อนและให้ยอมรับว่ามากัน 12 คน
ปู่ของแงซายชื่อ สวามิสนารายณ์
ถึงตัวเมืองตอนย่ำค่ำ ไม่สามารถเข้าเมืองได้จึงต้องพักนอกเมืองอีกคืน (ส่วนรหัสยะและกุตะมะเข้าไปพักในเมือง)
ดารินวางยาสลบ พรรคพวก8 คนแล้วก็รมยาสลบทหารยาม หนีออกนอกกองทัพเพื่อสำรวจลู่ทาง
ถูกเมยานีสกัดไว้ไม่ให้ออกไปด้วยเกรงอันตราย
เมยานีเล่าเรื่องของตนเองและจักราช (รวมทั้งlovesceneของตัวเองกับจักราชด้วย)
วันที่ 4 (วันเสาร์ ที่ 7 พฤศจิกายน ขึ้น9 ค่ำ เดือน 12)
รุ่งเช้ารหัสยะเต้นผางจนหนวดกระดิกเมื่อทราบว่ากองทัพโดนกองโจรเหยียบจมูก
ถูกนำตัวมารอที่สนามชัยจนเที่ยง
ได้เข้าเฝ้ากษัตริย์สิงหราในช่วงบ่าย
หลงกลฝ่ายสิงหรา ถูกหลอกลงไปในคุกใต้ดินโดยมีกุตะมะเป็นตัวประกันลงไปด้วย
ผู้คุม 3 คนถูกเชษฐายิงด้วย .22 แม็กนั่ม คนแรกเจาะเข้าดั้งจมูกทะลุออกศีรษะเบื้องหลัง คนที่สองโดนที่หัวเข่า คนสุดท้ายโดนที่หัวไหล่
ได้มีการซักไซ้สอบถามเกี่ยวกับข้อสงสัยของแต่ละฝ่าย
นายชดเคยช่วยหนานอินจากการถูกช้างเหยียบ
เที่ยงคืนเศษ สุกรีกับพวกอีก5คนและเมยานีมุดทางลับใต้ดินมาขึ้นที่คุกที่ทุกคนติดอยู่
(ทางลับนี้มีไม่กี่คนที่รู้) อันเนื่องมาจากกุตะมะได้ติดต่อประสานงานกับอรชุนก่อนแล้ว
ทางลับนี้ เป็นเส้นทางที่กุตะมะเคยเปิดให้เกษราเทวีพาราชโอรสหนีในคราวนั้น
ตอนออกจากคุกมีทั้งหมด 25 คน (11 + 2 + 1+ 4 + 6 + 1)
เมื่อออกเดินทางจากมรกตนครมุ่งเขาวงพระจันทร์มีทั้งหมด 35 คน (11 + 2 + 1+ 4 + 6 + 1 + 10)
วันที่ 5 (วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤศจิกายน ขึ้น10 ค่ำ เดือน 12)
ฟ้าสางก็ถึงหุบเขาวงพระจันทร์อันเป็นที่ตั้งชั่วคราวของกองบัญชาการของกองทัพประชาชน
ทั้งหมดถูกนำไปที่ถ้ำเหมราช จักราชรออยู่ที่นั่น
อาหารเด็ดที่จักราชเตรียมไว้ให้คือลูกแกะอบเครื่องเทศ
จักราชชูมือแล้วแบมือให้ทุกคนเห็นเส้นลายมือที่เป็นรูปกงจักร
แล้วทุกคนก็ร่วมรับประทานอาหาร (13 + 1 + 1 + 2 + 4)
เช้าถึงเที่ยงนั้นเองที่แงซายออกรบเคียงคู่กองทัพประชาชน
แงซายเล่าว่า โกฑัญญะ เป็นอาจารย์ของอัศวเทพภิกขุซึ่งเป็นอาจารย์ของหลวงปู่ของแงซาย
ช่วงเย็นทุกคนตื่นมาเพาะเสียงม้าศึกหน้าถ้ำ หลังอาหารค่ำก้สางแผนทำศึกพรุ่งนี้
เมยานีโชว์เพลงดาบดับเทียน 19 เล่ม ( 1 - 4 - 6 - 8)
(ถ้าจะใช้ white boardนับก็อย่าพลาดนะครับ ไม่มีชั้นที่เป็น 2 เล่ม)
ออกสำรวจช่องผาตัดเพื่อเตรียมวางจุดระเบิด กะจะวางแค่ 12 จุด ในระยะทาง 2 กิโลเมตร
วันที่ 6 (วันจันทร์ ที่ 9 พฤศจิกายน ขึ้น11 ค่ำ เดือน 12)
รุ่งเช้าแงซายเปิดศึกทันทีที่ฟ้าสาง คณะคนต่างถิ่นก็ไปวางระเบิด ใช้เวลา หนึ่งชั่วโมงครึ่งก็แล้วเสร็จ
รพินทร์ใช้ลูกซองเบราว์นิ่ง ออโต้ ช่วยชีวิตแงซายอีกครั้ง
ในการแบ่งพวกยิงระเบิดมีด้วยกัน 3 ชุด
- จุดที่ 3 อันเป็นจุดแรกที่ยิง อยู่ปลายทาง มีเชษฐา (.460 เวฯ แม็กฯ) บุญคำ (.375) และดาริน (.300 เวฯ) และดารินนี่เองที่ยิงเป็นคนสุดท้ายและทำให้ระเบิดทำงาน
- จุดที่ 1 อันเป็นปลายทาง (.458) (.30-06) (.30 - 06)
- จุดที่ 2 อันเป็นจุดกลาง (.600 ไนโตร) (.375)
รหัสยะติดอยู่ระหว่างจุด 2 กับจุด3
กุตะมะต้องหอกที่สีข้างด้านขวาระหว่างถอยหนีตามแผน
แผนครอสโบว์ ยิงประตูเมืองด้วยธนูติดระเบิด ( 1 + 1 + 1 +1 )
ศพกุตะมะเคลื่อนผ่านประตูเมืองด้วย
ที่สนามชัย สิงหรากับรหัสยะตกอยู่ในวงล้อม มีการยิงปืนขึ้นฟ้าประกอบคำพูด 2 นัด เป็นของรพินทร์และไชยยันต์
สิงหราและรหัสยะถูกแงซายตัดแขนขาตาย (ตอนแรกที่โดนตัด สิงหราขาซ้าย รหัสยะขาขวา) (จบง่ายจังนะสองคนนี่)
บ่ายนี้มีการพิจารณาโทษทหารที่แปรพักตร์และญาติฝ่ายทรราช
ขึ้นไปเยี่ยมแม่มดวาชิกา ตามบรรไดวน(ดารินนับได้ 125ขั้น) สู่ยอดปราสาท
แม่มดเสพย์เลือดครั้งสุดท้ายเมื่อ 4 วันที่แล้ว ( วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน ขึ้น7 ค่ำ เดือน 12 )
4 ผู้บริบาลแม่มดวาชิกา มีหัวหน้าชื้อ มหินธา
มาเรียไฮเมนขาดตั้งแต่อายุ 14
เผาแม่มดวาชิกา ซึ่งต้องอาศัยเลือดประจำเดือนหญิงบริสุทธิ์อีกเช่นเคย
วันที่ 7 (วันอังคาร ที่ 10 พฤศจิกายน ขึ้น12 ค่ำ เดือน 12)
ขบวนแห่ศพกุตะมะถูกเคลื่อนจากตัวเมืองสู่มหาปราสาทอุมาเทวี
วันนี้ที่ทุกคนได้ยลโฉมขุมเพชรพระอุมา
วันที่ 8 (วันพุธ ที่ 11 พฤศจิกายน ขึ้น13 ค่ำ เดือน 12)
(วันนี้ไม่มีบรรยายเหตุการณ์)
วันที่ 9 (วันพฤหัสบดี ที่ 12 พฤศจิกายน ขึ้น14 ค่ำ เดือน 12) (สองวันต่อมา)
แงซายขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ เฉลิมพระนาม "สมเด็จพระเจ้าจักราธิราช" แห่งราชวงศ์เทพ
ข้าราชบริพารและลูกเมีย ญาติทรราชได้รับโทษตามโทษานุโทษ
วันที่ 13 (วันจันทร์ ที่ 16 พฤศจิกายน แรม 3 ค่ำ เดือน 12)
( ในย่ำสนธยาของวันที่ 4 )
แงซายจัดงาน Thank you Party ในชุดเดิมของแงซายสมัยเดินป่า
แงซายขอส่างปาอยู่มรกตนครในฐานะแพทย์หลวงและพระสหาย
เชษฐาบอกจะอยู่ต่ออีก 4 - 5 วัน
วันที่ 17 (วันศุกร ที่ 20 พฤศจิกายน แรม 7 ค่ำ เดือน 12)
จักราชและทหารมรกตนครพร้อมพระสหายเดินทางด้วยม้าออกจากพระนครตอนบ่าย
พักระหว่างทางหนึ่งคืน (ระยะทาง 9 ใน 10 ส่วน) แงซายนอนในกระโจมอาคันตุกะพร้อมลูกหาบ
แงซายบอกจะสร้างอนุสาวรีย์ให้กับ 12 คน (แล้วอีกคนไม่สร้างหรือ)
จักราชให้แหวนดารินเป้นที่ระลึก (ธำมรงค์ประดับเพชรอันมีหัวเพชรลูกเขื่องขนาดเม็ดเกาลัดออกจากนิ้วก้อยของตนเอง มันประดับล้อมรอบไปด้วยแก้วเก้าหลากๆสี)
ให้แหวนกับมาเรียเช่นกัน (มรกตเม็ดเขื่องล้อมด้วยเพชร)
วันที่ 18 (วันเสาร์ ที่ 21 พฤศจิกายน แรม 8 ค่ำ เดือน 12)
ณ ปลายถนน มันเป็นเวลาเก้านาฬิกาเศษของมรกตนคร
ต่างร่ำลากันทั่วทุกคน
จักราธิราชทรงมอบตราของราชวงศ์เทพแก่รพินทร์
เส่ยและหนานอินได้ดาบของมรกตนครจากสุกรีคนละเล่ม
เมื่อลงมาถึงป่าสน นาฬิกาของเชษฐาก็เริ่มเดินอีกครั้ง
รพินทร์กะจะตัดตรงไปหมู่เขานิลกาญจน์โดยไม่ผ่านหลุมอุกาบาต แล้วมุ่งตรงสู่หล่มช้าง
จบภาคแรก
ปูมเดินทางภาคสมบูรณ์
เส้นทาง : สารบัญ
ปูมเดินทาง