หน้า - ๕ -
 
ศิลปะในการล่าสัตว์


พนมเทียนได้นำความรู้เรื่องการยิงช้างบริเวณหัวไว้ในเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ และได้สะท้อนให้เห็นความสำคัญลักษณะการยิงช้างที่ถูกวิธี คือ ยิงอย่างเผาขน ให้เจาะเข้าเนินน้ำเต้าเหนือโคนงวงเล็กน้อย ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายของการวางกระสุน บริเวณเนินน้ำเต้าของช้าง ดังตัวอย่าง
การยิงช้างที่ถูกที่สุด ก็คือ การยิงอย่างเผาขน และยิงเข้าจุดสำคัญ ยิ่งใกล้ได้เท่าไหร่ ความแม่นยำและความฉกรรจ์ของบาดแผลก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น เว้นไว้แต่คนยิงจะไม่เข้าใกล้เองเท่านั้น มันก็เสี่ยงอยู่เหมือนกันถ้าผิดที่ แต่สำหรับผมชินเสียแล้ว ยิงใกล้เป็นได้ตัวทุกที หากยิงไกลกลับลำบาก ต้องตามกันเป็นวัน บางทีก็ตามไม่พบ ในระยะที่ผมยืนประจัญมันเมื่อตะกี้ อย่าว่าแต่ .357 เลย ขนาดลูกกรดแม็กนั่มของคุณหญิงก็ยังไหว ขออย่างเดียวให้เจาะเข้าเนินน้ำเต้าเหนือโคนงวงขึ้นไปเล็กน้อยเท่านั้น ตูมเดียวถ้ามันไม่ทรุดเราก็แบนมีอยู่สองอย่างเท่านั้น

(ไพรมหากาฬ หน้า 210)

ข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านทราบว่าเนินน้ำเต้าเป็นจุดอ่อนของช้าง ที่พรานควรจะวางกระสุนบริเวณนั้น เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสมองเมื่อกระสุนเข้าไปทำลายช้างจะล้มลงกับที่ทันที

พนมเทียนได้สะท้อนภาพความรู้ลักษณะการยิงเจ้าหมีควายที่ควบปรี่เข้าใส่พรานรพินทร์อย่างรวดเร็ว จอมพรานตวัดไรเฟิลขึ้นประทับบ่า กระสุนทะลวงแสกหน้า ซึ่งปรากฏในเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายของการยิงบริเวณแสกหน้า ดังตัวอย่าง
หัวกระสุนซิลเวอร์ทิป น้ำหนัก 200 เกรนวิ่งเข้าทะลวงแสกหน้าของมัน ในขณะที่ควบเข้าใส่อย่างแม่นยำ ร่างใหญ่โตนั้นพลิกตีลังกาสองทอด แล้วฟุบนิ่งอยู่กับที่

(ไพรมหากาฬ หน้า 223)

จากข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้เห็นว่าบริเวณแสกหน้าเป็นจุดอ่อนของหมีควาย เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสมอง เมื่อกระสุนเข้าไปทำลายบริเวณนั้นก็สามารถหยุดสัตว์นั้นลงได้

พนมเทียนได้นำความรู้การเล็งเนินสันหน้าผาก ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งของศิลปะในการยิงสัตว์ที่พรานต้องรู้ เพราะเป็นจุดสำคัญที่ทำให้สัตว์นั้นจบชีวิตลงได้ทันที และสะท้อนให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ ปรากฏในเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ตอนที่รพินทร์บอกให้ดารินทราบถึงจุดสำคัญของกระทิง ว่าอยู่ต่ำจากเนินสันหน้าผากประมาณหนึ่งคืบ ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายของเนินสันหน้าผาก มีดังนี้
สำหรับกระทิงโดยเฉพาะ เล็งต่ำจากเนินเส้นหน้าผากลงมาประมาณหนึ่งคืบ นั่นคือที่ตั้งของสมองเป็นเป้าหมายอันดับแรกทีเดียว

(ไพรมหากาฬ หน้า 524)

จากข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านทราบว่าบริเวณที่ต่ำกว่าเนินสันหน้าผาก ประมาณหนึ่งคืบลงมาของกระทิงนั้น เป็นจุดตายของมัน เมื่อพรานยิงเข้าบริเวณนั้นสัตว์ก็จะล้มลงทันที

เพชรพระอุมา ตอนดงมรณะ พนมเทียนได้สะท้อนภาพความรู้ในลักษณะของการยิงจระเข้ไว้ ดังเหตุการณ์ตอนที่พรานใหญ่พาคณะนายจ้างข้ามฝั่ง ซึ่งในน้ำเต็มไปด้วยจระเข้ แต่ทุกคนเดินรวมกลุ่มลุยลงน้ำติดไปอย่างรีบเร่ง และยิงต่อสู้กับจระเข้ ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายของหยุดจระเข้ มีดังนี้
… 44 แม็กนั่มสองกระบอก และ .357 อีกกระบอกหนึ่งศักดิ์สิทธิ์พอใช้สำหรับสัตว์ขนาดจระเข้ และระยะยิงที่กระชั้นชิดเช่นนี้ หลายนัดแฉลบกับผิวน้ำผ่านเลยไปแต่หลายนัดก็จับเข้าเป้าหมายอันเป็นสันจมูกหรือศีรษะ ไอ้วายร้ายแห่งน้ำ จำพลิกดิ้นอยู่ครืนโครมหงายท้องขาวไปทุกตัวที่ถูกกระสุน

(ไพรมหากาฬ หน้า 25)

จากข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านทราบว่า จุดอ่อนของจระเข้อยู่บริเวณสันจมูกซึ่งเป็นที่ตั้งของสมอง เมื่อพรานยิงกระสุนเข้าไปทำลายสมอง จระเข้จะตายโดยไม่ทรมาน

พนมเทียนได้นำความรู้เรื่องการยิงบริเวณกกหูและขมับ ซึ่งเป็นวิธีการยิงอีกวิธีหนึ่งไว้ในเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ และสะท้อนให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ดังเหตุการณ์ตอนที่ไชยยันต์ถามรพินทร์ อย่างต้องการศึกษาถึงวิธีการยิงช้าง ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมาย ดังตัวอย่าง
ถ้าด้านข้าง และมีโอกาสที่จะเห็นส่วนหัวได้ บริเวณที่จะปล่อยกระสุนเข้าไปยังส่วนหัวมีอยู่สองที่ จุดแรก รูหูหรือกกหูก็ได้ทั้งสองอย่าง จุดที่สอง ก็คือขมับหรือบริเวณว่างระหว่างหูกับตา นั่นคือการยิงตัดสมองเหมือนกัน…

(ไพรมหากาฬ หน้า 690)

จากตัวข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านทราบว่าการยิงบริเวณรูหูหรือกกหู และขมับนั้น บริเวณว่างระหว่างลูกตานั้นเป็นจุดตายของช้างเหมือนกัน เพราะเป็นการยิงตัดสมอง



1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
ถอยหลัง.....หน้าถัดไป

เส้นทาง : สารบัญ เดินป่า ล่าสัตว์ แกะรอยศิลปะในการล่าสัตว์