สภาวะเครียดในสังคมปัจจุบัน 7 วิธีจัดการที่ใช้ได้จริง

คุณรู้สึกอึดอัด หนักใจ นอนไม่หลับ หรือหัวปวดบ่อยๆ ไหม? ถ้าใช่ คุณอาจกำลังจัดการกับความเครียด และคุณไม่ได้อยู่คนเดียว นักวิจัยจากหลาย องค์การต่างๆ พบว่า สภาวะเครียดเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเมืองใหญ่และในหมู่กลุ่มผู้ทำงาน
ปัญหาคือ เราเพิ่งจะเริ่มพูดคุยเรื่องนี้อย่างจริงจัง หลายคนยังคิดว่าเครียดเป็นเรื่องธรรมชาติ "จำเป็น" ของชีวิต แต่ความจริงคือ ถ้าปล่อยไว้นานขนาดนั้น มันจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บทความนี้จะพาคุณไปดูวิธีจัดการความเครียดที่มีหลักการและประสิทธิผลจริงๆ
เข้าใจว่าเครียดมาจากไหน
ก่อนแก้ปัญหา ต้องรู้ว่ามันเกิดจากไหนก่อน ความเครียดของสังคมปัจจุบันมาจากสาเหตุหลายด้าน
สาเหตุจากงาน: ความกดดันด้านตัวเลข deadline ที่นับยาว การวัดผลงานแบบไม่มีเวลาพักแน่นๆ อีกทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนยังทำให้หลายคนกังวลเรื่องการจ้างงาน
สาเหตุจากเทคโนโลยี: เราเชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลา ข้อมูลจากทั่วโลกไหลเข้ามาทุกนาที บางครั้งก็เป็นข้อมูลที่ไม่มีเหตุสินค้า หรือข่าวลวงที่ทำให้จิตใจตกใจ
สาเหตุจากสังคมและครอบครัว: ความคาดหวังจากคนรอบตัว การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นบนโซเชียลมีเดีย ความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิง หรือภาระดูแลคนในครอบครัว
ตามข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก ความเครียดอย่างเรื้อรังสัมพันธ์กับการเกิดโรคซึมเศร้า ความวิตกกังวล และปัญหาสุขภาพอื่นๆ มากมาย ดังนั้นการจัดการมันให้ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญ
เบอร์หนึ่ง: แยกแยะระหว่างสิ่งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้
นี่คือสิ่งแรกที่ต้องทำ หลายคนเครียดเพราะใช้พลังงานกับสิ่งที่ตัวเองไม่มีอำนาจควบคุม เช่น บทวิจารณ์ของคนอื่น เศรษฐกิจของประเทศ หรือสภาพอากาศ
ลองเขียนรายการสิ่งที่คุณกำลังเครียด จากนั้นแยกว่า อันไหนที่คุณสามารถควบคุมได้บ้าง ตัวอย่างเช่น:
- ควบคุมไม่ได้: ปฏิกิริยาของเพื่อนหรือบอส ราคาน้ำมัน การตัดสินใจของคนอื่น
- ควบคุมได้: วิธีที่เราตอบสนอง การเตรียมตัวสำหรับสิ่งที่อาจเกิด การพูดคุยอย่างตรงไป การจัดสิ่งของเรียบร้อย
เมื่อคุณแยกแยะเจ้าได้ ให้เลิกใช้พลังงานกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แล้วเน้นไปที่สิ่งที่ควบคุมได้ มันจะลดความเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด
เบอร์สอง: ตั้งขอบเขต (Boundary) กับงานและเทคโนโลยี
เทคโนโลยีเป็นความพึงพอใจแต่ก็เป็นสายขยี้ได้ด้วย บางคนตรวจสอบอีเมล หรือข้อความในเวลา 8 ทุ่มยามค่ำคืน จากนั้นก็ไม่หลับสนิท
วิธีจัดการ:
- ตั้งเวลาปิดการทำงาน: เลิกตรวจสอบอีเมลหรือการติดต่องานหลังเวลาหนึ่งแล้ว ถ้าไม่ฉุกเฉิน ก็รอวันถัดไป
- ปิดการแจ้งเตือน: ตั้งค่าให้เตือนเฉพาะสายวิจารณ์ที่สำคัญจริงๆ ไม่ใช่ทุกอย่าง
- วันหยุดจริงๆ: เมื่อหยุด ให้หยุดจริง ไม่ใช่หยุดที่อยู่กับเครื่องทำงาน
- ลด Social Media: ถ้าเบื่อหรือวิตก ให้หยุดเลื่อนดูชั่วคราวบ้าง หรือตั้งเวลาการใช้งาน
ในตอนแรก คุณอาจรู้สึกเชื่อ "จะเกิดอะไรถ้าฉันตอบช้า" ความจริงคือ ไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น แต่สุขภาพจิตของคุณจะดีขึ้นเยอะ
เบอร์สาม: ค้นหากิจกรรมที่ให้ความสงบสุข
ปัญหาของความเครียดคือมันโน้มน้าวให้เรา "ทำมากขึ้น" "วิ่งเร็วขึ้น" แต่สิ่งที่จำเป็นจริงๆ คือเราต้องหัดลดความเร็ว
กิจกรรมที่ช่วยให้ระบบประสาทสงบลง อยู่ในรูปแบบต่างๆ หลายคนไม่ต้องไปหางานที่แพงหรือซับซ้อน
- การเดิน: เดินเล่นในสวน หรือแม้แต่รอบบ้าน ไม่ต้องวิ่ง ไม่ต้องเร็ว แค่เดินชัวร์ๆ
- การสตรีมนอนเงียบ: นั่งเงียบหรืออ่านหนังสือที่ชอบ ไม่ต้องเป็นกิจกรรมที่ "ผลิตผล"
- ออกแบบ ศิลป์ วาดรูป: ศิลปะบำรุงสติ ไม่จำเป็นต้องเก่งก็ได้ เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายและจิตใจ
- ทำสิ่งเล็กๆ ที่มีความหมาย: ดูแลต้นไม้ ทำอาหาร หรือ งานฝีมือที่สร้างสรรค์บางอย่าง สิ่งเล็กๆ นี้ช่วยให้รู้สึกว่าตัวเองสามารถควบคุมสิ่งต่างๆ ได้
คีย์คือการค้นหาสิ่งที่ คุณ ชอบ ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นบอกว่าคุณควรจะทำ
เบอร์สี่: พูดคุยกับคนไว้ใจหรือผู้เชี่ยวชาญ
ความเครียดชอบกินเงียบๆ เมื่อคุณเก็บมันไว้ในใจ มันจะเพิ่มขึ้นทุกวัน
วิธีจัดการ:
- พูดถึงมันกับเพื่อนหรือครอบครัว: บางครั้งแค่การพูดออกมาก็ช่วยลดความหนัก พูดไม่ต้องหาทางแก้ทันที แค่พูดให้ใครบางคนฟัง
- ลองหาจิตแพทย์หรือคำปรึกษา: ถ้าความเครียดหนักแล้ว อาการเป็นโรค หรือส่งผลต่อชีวิตประจำวัน อย่าลังเล ขอความช่วยเหลือจากมืออาชีพ
- เชื่อมต่อกับสังคมที่มีความเห็นเหมือน: การรู้ว่าคนอื่นมีปัญหาเหมือนกันก็ช่วยได้
อย่าเก็บความเครียดเพื่อให้คิดว่าตัวเองแข็งแกร่ง ความแข็งแกร่งจริงคือการรู้ว่าเมื่อไหร่ต้องขอความ