ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และเกร็ดความรู้รอบตัวยินดีต้อนรับ
Petprauma ไลฟ์สไตล์

Minimalist Lifestyle เพื่อชีวิตที่สมดุล: ทำไมฉันเลิกหาของแล้ว

โดย สมหญิง บุญมี · 17 สิงหาคม 2569

เรื่องเล่าของการเลิกหาของ

สี่ปีที่แล้ว ฉันเป็นแบบคนส่วนใหญ่ - ห้องนอนที่ไม่มีที่เดินเพราะเต็มไปด้วยเสื้อผ้า ครัวที่มีอุปกรณ์ทำอาหารตั้งสิบชิ้น แต่ใช้แค่สามชิ้น และที่สำคัญที่สุด คือมีความรู้สึกว่า "ยังขาดอะไรสักอย่าง" ตลอดเวลา

เวลาตอนเช้า ฉันใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการเลือกเสื้อผ้า ก่อนจะตัดสินใจเพราะคิดว่าหลายชิ้นไม่เหมาะสม เวลาหลังเลิกงาน ความรู้สึกอย่างเดียวที่รอฉันก็คือ "ห้องยุ่นเหลือเกิน ต้องซื้อของมาเรียงใหม่" คำๆ เหล่านี้ชีวิตของฉัน

จนกว่าวันนึง ฉันสะดุดกับแนวคิด Minimalism - ไม่ใช่แค่ทำให้บ้านเรียบร้อย แต่เป็นการตั้งคำถามว่า "ทำไมฉันต้องมีสิ่งนี้?" นั่นเปลี่ยนทุกอย่าง

Minimalism คือการเลือก ไม่ใช่การเสียสละ

ความเข้าใจผิดที่ใหญ่ที่สุดของฉันตอนแรก คือคิดว่า minimalism = การเอาของออก และเหลือแค่พื้นที่ว่างเปล่า ไม่มีปลาวจอบ ไม่มีหมอนที่สวยงาม เหลือแค่สิ่งจำเป็น

แต่จริงๆ มันเป็นสิ่งตรงข้าม

Minimalism คือการ เลือก ว่าจะให้สิ่งใดอยู่ในชีวิตอย่างตั้งใจ แทนที่จะปล่อยให้ของเข้ามาเพราะการโฆษณา การเปรียบเทียบกับคนอื่น หรือเพราะเหล้าเสียวขณะช้อปปิ้ง สิ่งที่เหลือจากการกรองนี้ คือของที่เรารักจริงๆ - ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าสักห้าชิ้นที่ใส่สบาย หรือหมอนหนึ่งชิ้นที่นอนแล้วหลับสะดวก

ผมมีเพื่อนคนนึง ปฏิเสธการทำ minimalism เพราะกลัวว่าชีวิตจะเบื่อ "ทำไมต้องเอาของออก ถ้าฉันมีเงิน?" เขาถามอย่างนั้น ฉันตอบเขา "มีเงิน ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้เงินนั่น"

สุขภาพจิต: ส่วนที่ไม่ใครพูดถึง

ถ้าจะพูดถึงประโยชน์ของ minimalism สิ่งที่เบาะแสที่สุดคือเรื่องของสุขภาพจิต

การมีของเยอะเกินไปสร้าง cognitive load - นั่นคือสมองต้องประมวลข้อมูลจำนวนมากแม้ในเวลาที่ไม่สำคัญ เวลาที่คุณเลือกเสื้อผ้า สมองต้องคิดว่าแต่ละชิ้นดีไหม ใช่หรือไม่ เวลาที่คุณเห็นครัวที่ยุ่นเหมือนสนามรบ สิ่งที่คุณรู้สึกโดยไม่รู้ตัวคือ "ฉันควรจะจัดระเบียบ" นั่นเป็นความเครียดเพิ่มเติมที่ไม่จำเป็น

ในระหว่างสี่ปีที่ผมทำ minimalism ความรู้สึกต่างที่สุด คือ จิตใจเงียบสงบ ไม่ได้เพราะบ้านเรียบร้อย แต่เพราะสมองไม่ต้องแข่งกับความวุ่นวาย ฉันพูดจริง - เวลาเช้า ตอนนี้ฉันเลือกเสื้อเพียงสองสามวินาที แล้ว "ได้แล้ว" ไม่ต้องคิดไปไกล

นักจิตวิทยาหลายท่านชี้ให้เห็นว่าความยุ่งวาย (clutter) เกี่ยวข้องกับความเครียด ความวิตกกังวล และแม้แต่ความซึมเศร้า เมื่อคุณเอาของออก ความรู้สึกของการควบคุมชีวิตของตัวเอง ก็กลับมา

เงิน: ความจริงที่เยื่อยำ

ข้อดีส่วนหนึ่งของ minimalism ที่ไม่ค่อยใครพูด คือการ ประหยัด - แต่ไม่ใช่ประหยัดแบบบีบสกุล เป็นเพราะคุณไม่ซื้อของที่ไม่ต้องการ

ตัวเลขกำลังหลอกตัวเอง ฉันเคยเขียนรายการของแต่ละเดือน คำนวณว่าฉันใช้เงินเท่าไหร่ผ้าเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ของตกแต่ง ของที่ "คิดว่า" ต้องเอา ก่อนกำเนิด minimalism คุณรู้ไหมว่าค่าเฉลี่ยเดือนคือเท่าไหร่? เกือบหมื่นบาท สำหรับของที่บางชิ้นใช้แค่สามครั้ง

ตอนนี้ ฉันซื้อของมันหาด นี่ไม่ใช่ว่า "เป็นคนบ้า" แต่เป็น "ฉันต้องการสิ่งนี้จริงๆ หรือเปล่า?" การถามตัวเองง่ายๆ นี่ประหยัดเงินได้เยอะ แล้วสิ่งอื่นที่มาด้วย คือ การรู้สึกว่า "เงินที่ฉันเก็บไว้ เป็นเงินที่ฉันเลือก ไม่ใช่เพราะจำเป็นต้องเก็บ"

สิ่งแวดล้อม: ตัวเลขน่ากังวล

นี่เป็นส่วนที่ฉันไม่สามารถหลีกลี่ได้ เมื่อคิดทำ minimalism อย่างจริงจัง

ผ้าเสื้อผ้าที่คุณซื้อแล้วไม่สวมใส่ มันจะจบลงที่ไหน? แบบที่เห็นในข่าวสารหรือ Wikipedia พอดี - ขยะเสื้อผ้าประมาณ 92 ล้านตันต่อปี ลงเอยในหนองน้ำแม่น้ำ ตัวอักษรบอกว่ามนุษย์ปล่อยสารเคมีลงไป เพราะว่าเรากำจัดของที่เราสร้างมากเกินไป

ฉันไม่ใช่คนที่ "สะอาด" จากกังวลด้านสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อเข้าใจว่า "ของที่ฉันไม่สวมใส่ เป็นตัวอักษรของการปลดปล่อยสารเคมี" สำนึกที่ว่า "อย่างไรก็ดี ฉันควรซื้อแค่ของที่ฉันต้องการ" เข้ามาเอง

วิธีเริ่มต้น: ไม่ต้องบ้า ไม่ต้องหนัก

ตอนนี้ ฉันเข้าใจว่า minimalism ไม่ใช่สิ่งที่ต้องรีบร้อน ฉันเห็นคนหลายคนพยายามทำมันเพราะแรงบันดาลใจจากวิดีโอ แล้วแบบ "เอาออกหมดเลย" ผลปรากฏว่าสอสามสัปดาห์หลังฉันต้องซื้อของเข้ามาใหม่ เพราะเอาออกจนเกินไป

วิธีที่ฉันทำ และ คิดว่า ว่าเหมาะกว่า คือ:

  • เริ่มจากจุดที่เล็กที่สุด - ลิ้นชักหนึ่ง ตู้เสื้อผ้าหนึ่งชั้น ไม่ต้องทั้งห้องและบ้าน
  • ถามตัวเองสามคำถาม - ฉันรักสิ่งนี้ไหม? ใช้มันบ่อยไหม? มันทำให้ชีวิตดีขึ้นไหม? ถ้าคำตอบเป็น "ไม่" ให้เอาออก
  • ตั้งกฎสำหรับของใหม่ - ตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าเอาสิ่งใหม่เข้ามา ต้องเอาสิ่งเก่าออกไป นี่ทำให้จำนวนของคงที่
  • ให้เวลาตัวเองปรับ - ไม่ต้องบีบตัวเองให้หัก ให้มันเป็นกระบวนการค่อยๆ ใจเย็น

ต่ออื่นๆ ที่ไม่ใช่ "สิ่งของ"

อันนี้ไม่ใครพูด แต่ฉันลองมันแล้วเห็นประโยชน์ - minimalism ไม่จำเป็นต้องจำกัดเป็นแค่สิ่งของเท่านั้น

ความสัมพันธ์ที่ไม่ดี? ลดลง เวลาของคุณบนโซเชียลมีเดีย? ลดลง อาจารย์ ออกมิลลิเนียร์ที่เหลือแต่การตั้งแต่บัญชีเฟก? เลิกติดตาม ฉันใช้ "minimalism" สำหรับทั้งหมด - เหลือแต่คน ที่สำคัญ เหลือแต่เนื้อหาที่ทำให้คุณคิด ไม่ใช่แค่ให้ความรู้สึกต่อชั่ว

นี่เป็นความสง่างามแบบอื่นของ minimalism - มันสอนคุณว่าการ "เลือก" ให้ถูกต้อง เป็นทักษะ และเมื่อคุณเรียนรู้ที่จะทำมันกับเสื้อผ้า คุณจะเริ่มทำมันกับความสัมพันธ์ เวลา และสิ่งสำคัญอื่นๆ ในชีวิต

สุขภาพ: เดินเพราะปัญญา

บอกจริง ตอนเริ่มต้น ฉันไม่ได้คิดว่า minimalism จะเกี่ยวข้องกับสุขภาพกายด้วย เพราะส่วนมากคิดว่า minimalism คือเรื่อง "จิตใจ" เท่านั้น

แต่มันเชื่อมกัน ตอนที่จิตใจเงียบสงบมากขึ้น พฤติกรรมเปลี่ยน ฉันเริ่มเดินบ่อยขึ้น อาจเพราะบ้านเรียบร้อยแล้วจึงไม่ต้องนั่งจัดของ ฉันเริ่มนอนสบายมากขึ้น อาจเพราะจิตใจไม่มีปัญหาให้คิดตลอดคืน

ถ้าสนใจเรื่องสุขภาพทั่วไป ข้อควรรู้ในการดูแลสุขภาพช่วงเปลี่ยนฤดู น่าสนใจเหมือนกัน

อะไรบ้างที่ฉันเก็บไว้?

ถ้าคนถามว่า "แล้วคุณเอาของอะไรออก เก็บอะไรไว้?" ฉันจะตอบตรงๆ

เสื้อผ้า - ฉันเก็บเดือยเสื้อผ้า 15 ชิ้น แค่นั้น (ถ้ารวมเสื้อผ้าเล่นกีฬา) เดือยเหล่านี้ฉันรักและสวมใส่ตลอดเวลา

หนังสือ - เอาออกประมาณครึ่ง เหลือแค่ที่ฉัน "บอกว่าจะอ่านอีก" หรือหนังสือที่อ่านแล้วรักจริงๆ (ไม่ใช่หนังสือที่ซื้อมาสำหรับวางโชว์บนชั้นวาง)

เสื่อ เครื่องประดับ รองเท้า - ที่เหลือคือแบบที่ใช้บ่อยและถูกสารเสกอย่าง "โอ้เศษ ตันบอก" ทุกครั้ง เมื่อเห็นมัน

ของตกแต่ง - ของที่ทำให้ห้องดูสวยงามจริงๆ ไม่ใช่มานะหรือของราคาแพงเท่านั้น

สุดท้าย: ค่อยๆ ไปก็ได้

ฉันรู้ว่า minimalism ฟังดูเหมือนวิธีไลฟ์สไตล์ที่สุดจริง อ่านเสร็จแล้วอาจจะรู้สึก "โอเค ถ้าต้องทำแล้ว ต้องจริงจังนะ" ไม่เป็นไร

แต่จริงๆ มันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบ "ทั้งหมด" สำหรับ minimalism ทำให้เปลี่ยน ลองเริ่มจากเล็กน้อย - เอาเสื้อผ้าที่ไม่สอมใส่สามปี ออก จำกัดการซื้อเสื้อผ้าใหม่เพียงสองสัปดาห์ลิ้นชักครั้งละหนึ่งชั้น

สิ่งที่ฉันอยากให้รู้คือ - สุขภาพจิต ความสง่างามของชีวิต และการมีอิสระจากการปกครองของของมน ทำให้ชีวิตตรงมากขึ้น ไม่ใช่แค่บ้านที่เรียบร้อย

ลองดูสิ ไม่มีปัญหากว่าจะสูญหาย

ไลฟ์สไตล์รีวิวอัปเดต
สมหญิง บุญมี
ผู้เชี่ยวชาญด้านรีวิวและความรู้เกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์และคาสิโน ประสบการณ์กว่า 15 ปี เน้นข้อมูลที่นำไปใช้ได้จริง